©2019 by Maewnoon. Proudly created with Wix.com

  • แมวนูน

ซื้อ Hori Pro Joy Cons Daemon X Machina มาจนได้ !

หลังจากทนกิเลส ยั่วยวนไม่ไหว ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไปถอย Hori Pro Joy Cons (บางคนเรียก Hori Nintendo Split Pad Pro) เลยอยากมาแบ่งปัน อารมณ์ความรู้สึกว่า น่าถอย จอยเสริมพิเศษ สำหรับนินเทนโดสวิชท์ตัวนี้มั้ย อันนี้ยังไม่ใช่รีวิวแบบจริงจังนะครับ เป็นอารมณ์สัมผัสแรก แต่คิดว่าก็น่าจะช่วยสะท้อนอะไรได้หลายอย่างสำหรับคนที่กำลังเล็งเจ้าตัวโฮริโปรจอยคอนตัวนี้อยู่



ข้อจำกัดของเจ้า Pro Joy Cons ตัวนี้คือ 1. มันไม่มีแบตเตอร์รี่ในตัว เพราะฉะนั้นต้องเสียบกับเครื่องไว้ตลอดเวลาถ้าจะใช้ ไม่สามารถถอดแยกอิสระเหมือตัวจอยคอนของนินเทนโดได้นะครับ 2. มันไม่มี Motion Sensor และ Gyroscope เพราะฉะนั้นไม่รองรับการควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ การเอียงเครื่อง เช่น ใน Zelda Breath of the Wild หรือการเขย่าเครื่อง เพื่อควบคุม แบบใน Mario Odyssey ทำไม่ได้นะครับ 3. มันไม่มี HD Rumble นะครับ สั่นไม่ได้ แต่ผมก็ยังถอย เพราะไปดูหลายสื่อฟันธงว่าถ้าเน้นเล่น Action / FPS / TPS บน Switch น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดี (จริง ๆ ผมก็ไม่ได้เล่นแนวนี้ผม Switch เท่าไหร่นะครับ แต่ถ้ามันจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่น ก็น่าลองมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถเล่น Fortnite / Paladins / Warframe แบบพกพาได้นี่น่าสนใจมาก)


พอถอยมา สัมผัสแรกที่รู้สึกคือเป็นพลาสติกครับ หน้าตาไม่ค่อยพรีเมี่ยมเท่าไหร่ สู้ของ Switch ดั้งเดิมไม่ได้ ดูดีกว่า และด้วยสี แดงดำ ที่อยากให้เข้ากับ Theme ของ Daemon X Machina ทำให้ผมรู้สึกว่ามันดูราคาถูกอย่างบอกไม่ถูก (จริงๆ มันก็ไม่ใช่โปรจอยคอนที่ราคาสูงนะครับ แต่รู้สึกว่ามันสู้ของดั้งเดิมไม่ได้ ในเรื่องหน้าตา)


สิ่งที่น่าสนใจคือน้ำหนัก ตัว Joy Con เองน้ำหนักเบา เผลอๆ เบากว่า ของ Switch เอง แต่ด้วยความใหญ่ของมันทำให้เรารู้สึกว่า เครื่อง Switch หนักขึ้น สาเหตุก็เพราะว่า ถ้าเป็นจอยคอนตัวดั้งเดิม เวลาเราเล่นเกม มือเราทั้งสองข้างจะถือตัวจอยคอนและนิ้วจะเลยไปรับแผ่นหลังของเครื่องที่เป็น LCD ไว้ด้วย คล้ายๆ กับเราถือ Tablet ในมือทั้งสองข้าง จะให้ความรู้สึกแบบหนึ่ง แต่พอมาเป็น โฮริจอยคอนตัวนี้ เวลาเล่น เราจะกำตัวจอยคอนไว้แทนเหมือนเราถือ คอนโทรเลอร์ทั่วไป ทำให้เราไม่ได้เอานิ้วไปรับน้ำหนักของเครื่อง Switch ในส่วนที่เป็น LCD เลย มันทำให้น้ำหนักถ่ายมาที่จอยคอนเต็มๆ แล้วเราก็เอามือไปถือจุดรับน้ำหนักอีกที เลยรู้สึกว่ามันหนักขึ้น อีกทั้งโปรจอยคอนมันทำให้ความยาวของเครื่องเพิ่มขึ้นอย่างมาก ให้ความรู้สึกเหมือนจากการถือแทบเล็ต 6.2-6.5 นิ้ว กลายเป็น 12 นิ้วทำให้ต้องกางแขนและศอกออกมากกว่าปกติ


อีกทั้ง Hori Pro Joy Cons ยังสร้างภาพลวงตา ทำให้หน้าจอมันดูเล็กลง เนื่องมาจากตัวจอยมันใหญ่ และ ด้วยวิธีการถือเครื่องที่เปลี่ยนไป มันทำให้เราเอาหน้าจอ LCD ของ Switch ออกห่างจากหน้าเรา กว่าปกติ โดยที่เราไม่รู้ตัว แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี่ อาจจะเป็นแค่เรื่องการปรับตัวให้เคยชินเท่านั้นเอง


ในเชิงการใช้งาน ถ้าไม่ได้เล่นเกมแนว Action จ๋า เช่นเกมเน้น Turn Based เกม RPG หรือแนวอื่น ๆ จะรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะว่าจริงๆ แล้ว จอยคอนอันเดิมก็ตอบรับการเล่นเกมที่ไม่ได้รวดเร็ว หรือต้องการความแม่นยำมาก ประมาณหนึ่งอยู่แล้ว (แบบแฟนผมนี่เธอไม่ปลื้มเลย ไม่เห็นประโยชน์ ฮ่า) แต่ถ้าขยับมาเล่นแอ็คชั่นจะรู้สึกเลยว่า จอยคอนตัวนี้เกิดมาเพื่อสิ่งนี่ มันแก้ปัญหาที่ผมเคยบนเรื่องการเล่น Action – Shooters บน Switch ได้ดีมาก ทั้งการเดิน การหันหน้า การซูม การยิง ถนัดคล้ายๆ กับเราเล่นผ่านคอนโทรเลอร์อยู่ อาจจะเทียบไม่ได้เป๊ะ เพราะมันยาวกว่า เมื่อรวมตัวเครื่อง ไม่ถนัดมือเท่า แต่ 90% ใกล้เคียงมาก ปุ่มที่เพิ่มมาด้านหลังที่ให้ปรับได้ตามใจได้ใช้จริง มีประโยชน์ ถนัดมากๆ


แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นสัมผัสแรก ขอเวลาสักพัก เดวจะมาอับเดทพร้อมรีวิวตัวเต็มให้ฟังว่า เจ้า Hori Pro Joy Cons Daemon X Machina คุ้มค่าน่าซื้อมั้ยครับ