• แมวนูน

จะรับได้มั้ยถ้าเกม PS5 มีราคาที่แพงขึ้นกว่าเกม PS4 ? : ข่าวลือเกม

IGN ได้ทำการรายงานการให้สัมภาษณ์ของ Shawn Layden อดีตผู้บริหาร Sony Woldwide Studios ถึงความเป็นห่วงของตุ้นทุนในการพัฒนาเกมในปัจจุบันที่มีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ราคาเกมยังอยู่ที่ 60 USD หรือประมาณ 1,890 บาท โดยไม่มีการขึ้นราคามานานหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาต้นทุนของการผลิตเกม AAA อยู่ที่ประมาณ 80 – 150 ล้าน USD ยังไม่รวมค่าโฆษณา แต่ในปัจจุบัน ราคาของการพัฒนาเกมมีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังเช่นเกม The Last of US 2 ที่ยาวกว่าภาคแรกประมาณ 10 ชั่วโมง แต่ใช้เวลาในการพัฒนาถึง 6 ปี โดยมีการคาดการณ์ว่า เกมสำหรับเครื่อง Next Gen ทั้ง PS5 / XBOX Series X/ และอาจจะรวมไปถึง PC อาจจะต้องใช้งบประมาณในการพัฒนามากขึ้นถึงสองเท่า ซึ่งถ้าหากเกมไม่ได้รับการขึ้นราคาให้เหมาะสมตามที่ควรจะเป็น การจะไม่เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมเท่าไหร่นัก ซึ่งทางออกอาจจะเป็น การทำเกมให้สั้นลง เหลือประมาณ 8 – 15 ชั่วโมง หรือ อาจจะต้องหาโมเดลในการทำเงินอื่นๆ นอกเหนือไปจากการขายเกมหลักอย่างเดียว ซึ่งก็เข้าใจได้ว่า ในมุมมองของผู้พัฒนาเกม คนขายเกมก็อยากทำกำไรให้ได้มากที่สุด



แต่ในขณะเดียวกันหากเราลองพิจารณาเรื่องราคาเกม Next Gen ในมุมมองของเกมเมอร์คนซื้อเกมอย่างเราๆ ผมคิดว่าในตลาดเมืองนอกการขึ้นเกม 10 USD อาจไม่มีผลเท่าไหร่ จากที่เคยขาย 50 USD มาเป็น 60 USD ในยุค PS4 และ อาจจะ 70 USD ในยุค PS5 แต่ถ้าเรามาเทียบกับราคาค่าครองชีพในบ้านเรา อัตราเงินเดือน การซื้อเกมราคาประมาณ 2,100 – 2,400 บาท สำหรับตลาดไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีเงินเดือนแล้ว คนทั่วไป การจะซื้อเกมในราคานี้ ต้องคิดหนักมาก อาจจะได้ สามเดือนเกม เดือนละเกม ซึ่งส่งผลต่อยอดขายเกมในภาพรวม และแน่นอนว่าเมื่อเกมมีราคาสูง ก็จะส่งผลกระทบต่อเครื่องเกมที่กำลังจะทำการเปิดตัวด้วย อาจจะทำให้ยอดขาย PS5 / XB Series X ไม่ดีอย่างที่คาดหวังเพราะว่าราคาเกมแพงเกินไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นการคาดการณ์จากบทสัมภาษณ์ของคุณ Shawn Layden เท่านั้น ผมเชื่อว่าทั้ง Sony และ Microsoft ต่างวิเคราะห์เรื่องราคาเกมกันเข้มข้น เพราะไม่ใช่แค่จะส่งผลต่อการขายเกมเท่านั้นแต่ยังส่งผลต่อการขายเครื่องอีกด้วย ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า เกม PS5 ที่จะออกในปลายปีนี้จะเปิดตัวด้วยราคาเท่าไหร่ครับ

©2019 by Maewnoon. Proudly created with Wix.com